บทความ

หลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่สำคัญ

30/08/2022
84458

Highlight


  • ในระดับนานาชาติมีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน  (The Universal Declaration of Human Rights) ของสหประชาชาติ  ข้อ  21  ว่าอย่างไร
  • ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้นได้รับรองหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่สำคัญทั้ง  5  ข้อ  ได้แก่อะไรบ้าง

 

     
หลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่สำคัญ

นายปฐมพงษ์  คำเขียว
ผู้อำนวยการกลุ่มงานคดี  5  สำนักคดี  2.

 
          การเลือกตั้งเป็นกระบวนการสำคัญในการปกครองระบอบประชาธิปไตยทางผู้แทน  เพื่อกำหนดว่าใครจะเป็นผู้เข้าไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อใช้อำนาจอธิปไตยแทนประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตามวิถีทางแห่งประชาธิปไตย  อาจกล่าวได้ว่าหากการปกครองใดไม่มีการเลือกตั้งย่อมไม่ใช่การปกครองระบอบประชาธิปไตย  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศใดมีการเลือกตั้งจะเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง  เพราะการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยต้องเป็นการเลือกตั้งที่ให้ความเป็นธรรมและผลการเลือกตั้งสามารถสะท้อนได้ตรงตามเจตจำนงของประชาชนมากที่สุด  โดยเป็นไปตามหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย
          ในระดับนานาชาติมีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน  (The Universal Declaration of Human Rights) ของสหประชาชาติ  ข้อ  21  ได้รับรองหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้ง ดังนี้
                   (1)  บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะมีส่วนในรัฐบาลของประเทศของตน  ไม่ว่าจะเป็นโดยตรงหรือโดยทางผู้แทนซึ่งได้เลือกโดยอิสระ
                   (2)  บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าถึงบริการสาธารณะในประเทศของตนโดยเสมอภาค
                   (3)  เจตจำนงของประชาชนจะต้องเป็นมูลฐานแห่งอำนาจของรัฐบาล  เจตจำนงนี้จะต้องแสดงออกทางการเลือกตั้งตามกำหนดเวลาและอย่างแท้จริง  ซึ่งอาศัยการออกเสียงโดยทั่วไปและเสมอภาค  และการลงคะแนนลับ  หรือวิธีการลงคะแนนโดยอิสระทำนองเดียวกัน
          ในทางทฤษฎีถือว่าการเลือกตั้งที่แท้จริงตามระบอบประชาธิปไตยต้องสอดคล้องกับหลักการพื้นฐาน
ของการเลือกตั้งอย่างน้อยที่สุด 5 ข้อ คือ (1) หลักการเลือกตั้งโดยทั่วไป  (2) หลักการเลือกตั้งโดยตรง 
(3)  หลักการเลือกตั้งโดยเสรี  (4)  หลักการเลือกตั้งโดยเสมอภาค  และ  (5)  หลักการเลือกตั้งโดยลับ
          สำหรับประเทศไทย  รัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีบทบัญญัติรับรองให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ  ประกอบกับศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ให้การรับรองหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งไว้หลายประการ  ซึ่งเป็นหลักประกันที่สำคัญต่อความชอบธรรมของการเลือกตั้งและส่งผลให้การได้มาซึ่งผู้แทนของประชาชนสอดคล้องกับเป้าหมายของการเลือกตั้งอย่างแท้จริง  ปรากฏตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่สำคัญดังต่อไปนี้
          (1)  หลักการเลือกตั้งโดยทั่วไป  คือการให้พลเมืองทุกคนมีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนได้  แต่อาจมีข้อยกเว้นที่จำกัดสิทธิเลือกตั้งได้บ้างตามความจำเป็น  เช่น  เรื่องอายุ  ความวิกลจริต  เป็นต้น  สอดคล้องกับหลักความเสมอภาคซึ่งรับรองให้พลเมืองทุกคนต้องสามารถใช้สิทธิได้อย่างเท่าเทียมกันตามรูปแบบเท่าที่จะเป็นไปได้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่  3/2561  สรุปได้ว่า  รัฐมีหน้าที่ต้องสร้างหลักประกันให้การออกเสียงของบุคคลเป็นไปอย่างอิสระและส่งเสริมให้บุคคลต้องไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งอย่างทั่วถึง อันสอดคล้องกับหลักการตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  50  (7)  ที่บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างอิสระ  จึงเป็นเหตุให้คณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งต้องกำหนดมาตรการในการอำนวยความสะดวกหรือให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง  โดยเฉพาะคนพิการหรือผู้สูงอายุ
          (2)  หลักการเลือกตั้งโดยเสรี  คือ  การเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนสามารถใช้สิทธิของตนได้ โดยปราศจากการใช้กำลังบังคับ  กดขี่ข่มเหง  จ้างวานหรือใช้อิทธิพลใด ๆ ให้มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  รวมถึงการเลือกตั้งที่ต้องมีผู้สมัครรับเลือกตั้งหลายคนหรือมีพรรคการเมืองหลายพรรคเป็นทางเลือกของการใช้สิทธิเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่  5/2557  สรุปได้ว่า  การที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้การกำหนดวันเลือกตั้งต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรมีเจตนารมณ์เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปตามหลักการเลือกตั้งโดยเสรี  ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทุกคนย่อมใช้สิทธิโดยปราศจากการบังคับ  หรือกดดันทางจิตใจหรือการใช้อิทธิพลใด  ๆ  ที่มีผลต่อการตัดสินใจ  ไม่ว่าการใช้อิทธิพลเหล่านี้จะมาจากฝ่ายใด  ทั้งระหว่างการเลือกตั้งและภายหลังการเลือกตั้งต้องไม่ให้มีการควบคุมทิศทางการลงคะแนนเสียงไม่ว่าจะเป็นโดยการกระทำในรูปแบบใดผู้ออกเสียงเลือกตั้งต้องตัดสินใจลงคะแนนได้อย่างอิสระภายใต้กระบวนการสร้างความคิดเห็นทางการเมืองที่เปิดเผย  หลักการเลือกตั้งโดยเสรีจึงครอบคลุมถึงการตระเตรียมการเลือกตั้ง  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบคลุมถึงการสมัครรับเลือกตั้งและการหาเสียงเลือกตั้งด้วย  การกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปมากกว่าหนึ่งวันจะทำให้การสมัครรับเลือกตั้ง  พฤติกรรมการหาเสียงและการลงคะแนนเลือกตั้ง  หรือบรรดาเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งที่กำหนดขึ้นในวันหนึ่งมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งที่กำหนดขึ้นในอีกวันหนึ่งได้ อนึ่ง  ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่  2/2557  สรุปได้ว่า  การกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปต้องอยู่ภายในระยะเวลาไม่ร้อยกว่า  45  วัน  แต่ไม่เกิน  60  วันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎร  เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมีระยะเวลาพอสมควรในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง  และให้เกิดความเป็นธรรมแก่พรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคน
          (3)  หลักการเลือกตั้งโดยตรง  คือ  การเลือกตั้งที่หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องการเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดหรือพรรคการเมืองใดแล้ว  ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องสามารถเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งคนนั้นหรือพรรคการเมืองนั้นได้โดยตรง  และเมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดหรือพรรคการเมืองใดแล้ว  คะแนนเสียงที่ลงไปจะต้องเป็นของผู้สมัครรับเลือกตั้งคนนั้นหรือของพรรคการเมืองนั้นอย่างแท้จริง
          ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่  3/2561  สรุปได้ว่า  การออกเสียงลงคะแนนโดยตรงเป็นลักษณะสำคัญประการหนึ่งที่พลเมืองในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยเป็นผู้แสดงการตัดสินใจทางการเมืองด้วยตนเอง  โดยพลเมืองแต่ละคนได้กระทำการดังกล่าวผ่านการตัดสินใจลงคะแนนเสียงให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  กรณีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  พ.ศ.  ....  มาตรา  92  วรรคหนึ่ง  กำหนดวิธีการออกเสียงลงคะแนนสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งได้  อาจให้บุคคลอื่นหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้กระทำการแทนโดยความยินยอมและเป็นไปตามเจตนาของคนพิการหรือทุพพลภาพ  หรือผู้สูงอายุ  ซึ่งตราบใดที่ไม่มีการเปิดเผยผลการออกเสียงลงคะแนนของคนพิการหรือผู้สูงอายุนั้นต่อสาธารณะก็ถือได้ว่าเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ  ร่างมาตรา  92  วรรคหนึ่งยังไม่มีผลกระทบต่อการออกเสียงลงคะแนนอย่างอิสระและยังอยู่ในขอบเขตของวิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  85  วรรคหนึ่ง 
          (4)  หลักการเลือกตั้งโดยเสมอภาค  คือ  ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนจะต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันในการเลือกตั้ง  โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนต้องมีคะแนนเสียงเท่ากันและคะแนนเสียงทุกเสียงต้องมีน้ำหนักเท่ากัน  และรัฐต้องจัดการเลือกตั้งโดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้โดยสะดวกอย่างเท่าเทียมกันและต้องไม่ให้อภิสิทธิ์แก่ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นพิเศษ  หรือไม่กีดกันผู้หนึ่งผู้ใดไม่ให้มีสิทธิเท่าเทียมกันกับผู้อื่นอันเป็นการสร้างภาระเกินสมควร
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่  3/2561  สรุปได้ว่า  กรณีที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  พ.ศ.  ....  มาตรา  92  วรรคหนึ่ง  กำหนดวิธีการออกเสียงลงคะแนนสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุดังกล่าวข้างต้น  มีความมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือคนพิการหรือผู้สูงอายุให้มีโอกาสใช้สิทธิเลือกตั้งได้เท่าเทียมกับบุคคลอื่น  สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญซึ่งกำหนดหลักความเสมอภาคของบุคคลว่ามาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิหรือเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น  หรือเพื่อคุ้มครองหรืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุหรือคนพิการย่อมไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
          (5)  หลักการเลือกตั้งโดยลับ  คือ  การเลือกตั้งที่ไม่มีผู้อื่นนอกจากผู้ลงคะแนนเสียงจะทราบได้ว่าการลงคะแนนเสียงนั้นเป็นอย่างไร  เพื่อเป็นการป้องกันการใช้อิทธิพลต่าง ๆ บิดเบือนเจตจำนงที่แท้จริงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสอดคล้องกับหลักการเลือกตั้งโดยเสรีและทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม
          ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่  9/2549  สรุปได้ว่า  กรณีการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ในระยะห่างที่กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง  อันมีผู้แทนพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นหรือที่ส่งสมัครแบบบัญชีรายชื่อ  ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการเลือกตั้งร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย  และอยู่ในวิสัยที่สามารถมองเห็นการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้  จึงมีผลทำให้การลงคะแนนเลือกตั้งดังกล่าวไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ
          ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่  3/2561  สรุปได้ว่า  วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยลับเป็นวิธีการออกเสียงโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคนทำเครื่องหมายลงในบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งภายในคูหาและนำบัตรลงคะแนนใส่ไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง  โดยห้ามมิให้ผู้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าตนตัดสินใจลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรายใดในขณะที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง  ซึ่งวิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยลับโดยทั่วไปจะให้ผู้ออกเสียงลงคะแนนแต่ละคนทำเครื่องหมายไว้ในบัตรลงคะแนนภายในคูหาสำหรับลงคะแนนที่จัดไว้อย่างมิดชิด  เพื่อป้องกันมิให้ผู้ออกเสียงลงคะแนนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลหรือถูกแทรกแซงอันมีผลให้การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งดังกล่าวไม่เป็นไปอย่างอิสระ  ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  พ.ศ.  ....  มาตรา  91  วรรคหนึ่ง  กำหนดวิธีการออกเสียงลงคะแนนสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุดังกล่าวข้างต้น  เป็นเพียงมาตรการให้คนพิการหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งมีโอกาสใช้สิทธิเลือกตั้งเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป  ซึ่งตราบใดที่ไม่มีการเปิดเผยผลการออกเสียงลงคะแนนต่อสาธารณะถือได้ว่าเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยลับ
          สรุปได้ว่า  ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้นได้รับรองหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่สำคัญทั้ง  5  ข้อ  ได้แก่  หลักการเลือกตั้งโดยทั่วไป  หลักการเลือกตั้งโดยตรง  หลักการเลือกตั้งโดยเสรี  หลักการเลือกตั้งโดยเสมอภาค  และหลักการเลือกตั้งโดยลับ  ซึ่งสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามหลักสากลที่ต้องการให้การเลือกตั้งที่มีขึ้นในรัฐเสรีประชาธิปไตยเป็นการเลือกตั้งที่คำนึงถึงสิทธิ  เสรีภาพ  และความเสมอภาคของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมือง  หากการเลือกตั้งใดหรือบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดไม่สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งย่อมเป็นการเลือกตั้งหรือบทบัญญัติที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ  และเป็นอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยคดีเพื่อคุ้มครองหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามหลักประชาธิปไตย

                                     

More Information


 
  • อ่านบทความเต็มเรื่อง “หลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่สำคัญ”
  • ติดตามเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้ทุกช่องทาง
  • LINE Official Account สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: @occ_th
  • เว็บไซต์ สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: www.constitutionalcourt.or.th
#ศาลรัฐธรรมนูญ #สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
 
Back to top